ICON 0
facebook  youtube  twitter  instagram  line 
IMG-LOGO
Tel. +66 8964 69426,   Email : info@jamthailand.com
ICON 0
IMG-LOGO
ICON 0
หยิบเทรนด์ออนไลน์สุดฮิต เฟสบุ๊กไลฟ์ ต่อยอดสร้างแบรนด์ลิปสติก

หยิบเทรนด์ออนไลน์สุดฮิต เฟสบุ๊กไลฟ์ ต่อยอดสร้างแบรนด์ลิปสติก

By Admin Jam | 30 JUN, 2018

เมื่อไม่นานมานี้แจ่มได้มีโอกาสไปออกนิตยสาร "ตั้งตัว Modern SMEs"
 แอดมินเลยถือโอกาสมาแบ่งปันเรื่องราวเล็กๆน้อย ไปอ่านกันเล้ยย



FACEBOOK LIVE
ENTREPRENEUR
หยิบเทรนด์ออนไลน์สุดฮิต
เฟสบุ๊กไลฟ์ ต่อยอดสร้างแบรนด์
ลิปสติก "แจ่ม" ชูจุดขาย
ใช้ชื่อสื่อความเป็นไทย



                             เรื่องราวของธุรกิจเริ่มต้นมาจากความฝันใฝ่ในการอยากจะสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง หลังจากเรียนจบ
จากคณะวิทยาการจัดการ คุณแก้มก็ได้ช่วยกิจการทางบ้านอยู่พักหนึ่ง และได้มีโอกาสเข้าไปช่วยรุ่นพี่ที่สนิทขายครีมออนไลน์ 
โดยคุณกวางกำลังสานต่อธุรกิจร้านเสื้อผ้าที่เริ่มทำมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ประจวบเหมาะกับที่เทรนด์เฟสบุ๊กไลฟ์เกิดขึ้นพอดี พ่อค้าแม่ค้าเริ่มใช้ช่องทางนี้ในการขายสินค้าและเกิดเป็นกระแสตอบรับที่ดี คุณกวางได้เริ่มทดลองขายเสื้อผ้าแบบไลฟ์ 
เมื่อเริ่มมีฐานลูกค้า คุณแก้มจึงมาปรึกษาถึงเรื่องอยากทำผลิตภัณฑ์สักตัว และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจลิปสติกแบรนด์ไทย ฝีมือวัยรุ่นไทยชื่อไทยๆ ว่า "แจ่ม"



"มันเริ่มมาจากที่คุณกวางเขาขายของออนไลน์อยู่แล้ว หลังจากนั้นก็มีช่องทางการไลฟ์สดผ่าน Facebook เกิดขึ้น
และกลายเป็นกระแสที่ขายดีในสังคมโซเชียล เราก็เลยมาคิดกันต่อว่าจะหาอะไรมาขายอีกดี ประกอบกับช่วงนั้นมีลูกค้าถามมาเยอะว่าใช้ลิปสติกของอะไร น่าจะเอามาขายบ้างนะ เราก็เลยรู้ว่าตอนนี้ตลาดสนใจเรื่องลิปสติกมาก จึงลองหาและทดลองมาเรื่อยๆ
แต่ยังไม่ได้จริงจัง แค่อยากจะหางานเสริมทำเท่านั้น ก็เริ่มไลฟ์สดขายใน Facebook  ตอนนั้นยังไม่มีกล่อง เป็นแท่งธรรมดา
แล้วเราก็ เทสโดยการทาให้ลูกค้าดู เพราะเขาซื้อไปใช้เขาก็จะรีวิวกลับมาว่าลิปสติกใช้ดีมาก มันเลยกลายเป็นกระแส
ว่าลิปของอะไร ราคาไม่แพง เพราะทุกวันนี้บางทีแบรนด์ใหญ่ก็ยังตอบโจทย์เรื่องสีลิปสติกติดทนไม่ได้ ถ้าเป็นเนื้อแมต
มันก็จะเป็นแบบที่ต้องเติมตลอด แล้วราคาแบรนด์ใหญ่ๆ ก็อยู่ที่แท่งละ 700 - 800 บาท เราเลยนำโจทย์ตรงนี้ ไปหาลิปสติก
ที่สีติดทน เม็ดสีแน่น ทาต้องสามารถอยู่ได้ทั้งวัน มีคุณภาพปลอดภัย คุยว่าจะทำลิปสติกยังไงก็ได้ ให้คนรู้สึกว่าเข้าถึงได้โดยที่เขาไม่รู้สึกเสียดายเงิน"
 
"เราใช้ตัวเองเป็นผู้บริโภคและเป็นคนดูธุรกิจ
เราใช้จุดนี้กำหนดทิศทางของสี ราคาและทุกๆอย่าง
เพราะต้องการให้แจ่มเข้าถึงคนไทย"



ใช้ชื่อสื่อความเป็นไทยสร้างจุดขายแบรนด์น้องใหม่ในในตลาด Cosmetic


"เราก็พัฒนามาเรื่อยๆนะคะ เลือกสีที่คิดว่าทุกคนน่าจะชอบ ที่เราทำออกมาทั้งหมดถ้าไม่ใช่ลิมิเต็ดก็จะเป็นสีพื้นฐาน

ที่ทุกคนใช้ได้จริงๆ และเหมาะกับสาวเอเชีย ไม่ใช่ว่าทำออกมา 20 - 30 สี  แล้วเอาไปใช้ไม่ถูก แล้วเราก็ไปหาข้อมูลกันมาก่อนว่าชื่อสีไทยในสมัยก่อนเขาเรียกว่าอะไร แล้วก็ไปเจอของไทยโทน คือ อาจารย์ไพโรจน์ พิทยเมธี ที่เขาคิดชื่อสีไว้อยู่แล้วก็ติดต่อไปทาง Facebook ไทยโทน เพื่อขออนุญาตใช้ชื่อสี เขาก็บอกว่าอย่าเอาชื่อไทยโทนมาเป็นชื่อผลิตภัณฑ์ แต่อนุญาตให้ใช้ชื่อเรียกเฉดสีมาใช้ได้ เราก็ไปเลือกสีที่เราชอบแล้วก็นำมาเทียบสีที่เรามีว่าจะตั้งชื่อสีว่าอะไร จริงๆชื่อเฉดสีของไทย

มันมีแค่ 36 เฉดสีแต่ด้วยความที่ยุคสมัยนี้มันแตกเฉดออกไป อันไหนไม่ตรงเราก็ตั้งเองเพิ่ม อย่างบัวบาน บัวชมพู

แล้วก็กำลังจะมีสีออกมาอีก 6 เฉดสีที่ยังคงความเป็นไทย พยายามใช้ชื่อสีให้คนเห็นภาพมากที่สุด

ซึ่งมองว่ามันง่ายกว่าการที่เราไปใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่คนต้องมานั่งจำบางทีชื่อมันยาว"






                 นี่แค่เรียกน้ำจิ้มเท่านั้นนะคะ อิอิ ถ้าอยากรู้ถึงวิธีการทำตลาด การสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ และข้อคิดดีๆจากคุณแก้ม สามารถหาอ่านได้ที่ นิตยสาร ตั้งตัว Modern SMEs VOL 13 NO 150 ฉบับเดือนมิถุนายน 2017 เลยจ้าาาาาา